Make your own free website on Tripod.com



 
บทความ/ขำัขัน

ปัญหาพายิ้มชื่น
ประวัติสมเด็จโต
หลงป่าหาทิศ

    ประวัติสมเด็จพระพุฒาจารย์(โต พรหมรํสี)
                                                                         ประวัติสมเด็จพระพุฒาจารย์(โต พรหมรํสี

             "สมเด็จโต" เกิดในสมัยสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าฯ ตรงกับวันพฤหัสดีที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2331 ณ บ้านไก่จัน ต.ท่าหลวง อ.ท่าเรือ จ.อยุธยา นามเดิมชื่อโต มารดาชื่อเกตุ ตาชื่อไชย เป็นชาวบ้าน ต.ท่าอิฐ อ.ปกโพธิ์ (อ.เมืองในปัจจุบัน จ.อุตรดิตถ์ ต่อมาทำนาไม่ได้ผลเนื่องจากฝนแล้งจึงได้พากันอพยพไป อยู่ที่บ้าน ต.สระเกศ อ.ไชโย จ.อ่างทอง และที่นี่เองเป็นที่ๆ มารดาได้เจอกับบิดา ชึ่งเป็น คนต่างเมือง แต่มิได้อยู่ด้วยกันอย่างเปิดเผย (ประวัติบิดาของท่านนั้นไม่เป็นที่ทราบ แน่ชัด บางตำราก็กล่าวว่าเป็นคน ต่างเมืองบางตำราก็กล่าวว่าเป็นโอรสของพระพุทธเลิศหล้าฯ) จากนั้นมารดาของท่านจึงแยกตัวย้ายกลับ ไปอยู่ที่บ้านไก่จัน และคลอดท่านที่นั่นในขณะที่ท่านยังเป็น ทารกอยู่นั้นมารดาของท่านก็เดินทางกลับ ไปอาศัยอยู่กับตาที่ ต.ไชโย จ.อ่างทอง จนกระทั่งท่านนั่งได้ที่นี่ แล้วจึงได้ย้ายไปอยู่ที่ ต.บางขุนพรหม พระนคร

เมื่อสมเด็จพุฒาจารย์โตอายุได้ ๑๒ ปี ก็ได้บรรพชาเป็นสามเณรโดยมีพระบวรวิริยเถระเจ้าอาวาส วัดสังเวชวิคยาราม วัดบางลำภูบน เป็นพระอุปัชฌาย์บรรพชาที่วัดอินทรวิหาร ซึ่งเป็นแหล่งพำนักและ สำนักศึกษาของท่านในระหว่างที่ท่านเป็น สามเณรอยู่นั้น ท่านเป็นที่โปรดปรานของพระบาทสมเด็จพระ พุทธเลิศหล้าฯ (ขณะนั้นยังดำรงพระยศเป็นสมเด็จเจ้าฟ้ากรมขุนอิศรสุนทร) ทรงรับ ไว้ในพระ อุปถัมภ ์ ทุกประการถึงกับพระราชทานเรือกราบกันยาหลังคากระแชงให้ไว้ใช้ส่วนตัว ซึ่งเรือกราบกันยาหลังคา กระแชงนี้เป็นเรือหลวง ที่พระราชทาน ให้เฉพาะพระราชวงศ์ชั้นพระองค์เจ้าเท่านั้น ต่อมาท่านเจ้าคุณ อรัญญิก แก้วได้นำท่านมาถวายตัวให้เป็นศิษย์กับสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์นาค เจ้าอาวาสวัดระฆังฯ ซึ่งในวันที่สมเด็จโดจะเข้าไปฝากตัวเป็นศิษย์นั้น สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ฝันว่ามีช้างเผือก เชือกหนึ่ง เข้ามากินหนังพระไตรปิฏกของท่านจนหมดสิ้น เมื่อพิจารณาความฝันดูแล้วก็ทราบว่าจะมีผู้นำเด็กมีสติ ปัญญาล้ำเลิศมาฝากเป็นศิษย์ ซึ่งในภายหน้าเด็กคนนี้จะเป็น ผู้มีคุณธรรมในด้านพระปริยัติธรรมอย่าง วิเศษทีเดียวดังนั้นเมื่อท่านอรัญญิกแก้วพาสามเณรโตถวายตัวเป็นศิษย ์ท่านจึงมีความยินดีเป็นอย่าง มากและรับตัวไว้ทันที

ปี ๒๓๕๐ เป็นปีที่สมเด็จพุฒาจารย์โตมีอายุครบอุปสมบท สมเด็จพระพุทธยอดฟ้าฯ ทรงพระ กรุณา โปรดเกล้าฯ รับเป็นพระราชธุระให้เป็นนาคหลวงอุปสมบท ณ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม โดยองค์ สมเด็จพระสังฆราชสุก วัดมหาธาตุฯ เป็นพระ อุปัชฌาย์ได้ รับฉายาว่า พรหมรํสี ถือว่าเป็นกรณีพิเศษ เพราะสมัยนั้นไม่เคยมีสามัญขนคนใดได้รับพระกรุณาให้เป็นนาคหลวงและอุปสมบทได้ทีพระอาราม หลวงในสมัยของพระสมเด็จพระนั่งเกล้าฯ จะทรงโปรดแต่งตั้งให้เป็นพระราชาคณะแต่สมเด็จพุฒาจารย์ โตก็ทูลขอตัวเสียมิยอมรับตำแหน่งดังกล่าวไม่ว่าสมเด็จพระนั่งเกล้าฯ จะทรงพระราชดำริเรื่องนี้ เมื่อใด ท่านก็จะหนีออกธุดงค์ไปวัด ชนบทที่ห่างไกลเสียทุกคราวไป

จนกระทั่งถึงในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้ารัชกาลที่ ๔ ท่านจึงได้ ยอมรับการแต่ง ตั้งเป็นพระราชาคณะปีชวด พ.ศ.๒๓๙๕ ได้รับการแต่งตั้งเป็นสมภารเจ้าวัดระฆัง ในขณะนั้นท่านมีอายุ ๖๕ ปีแล้ว หลังจากนั้นอีก ๒ ปี คือในปี พ.ศ.๒๓๙๗ ก็ได้เลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระเทพกวี ศรีวิสุทธินายก ตรีปิฏกปรีชามหาคณฤศรบวรสังฆรามคามวาสี ครั้นต่อมาสมเด็จพุฒาจารย์ (สน) วัดสระเกศมรณภาพ รัชกาลที่ ๔ ก็ได้ทรงสถาปนาท่านเป็นสมเด็จพุฒาจารย์ เมื่อ วันพฤหัสที่ ๘ กันยายน พ.ศ.๒๔๐๗ เป็น สมเด็จพุฒาจารย์องค์ที่ ๕ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ สมเด็จพุฒาจารย์โตมรณภาพเมื่อวันเสาร์ แรม ๒ ค่ำ เดือน ๘ ปีวอก จุลศักราช ๑๒๓๔ ตรงกับวันที่ ๒๒ มิถุนายน พ.ศ.๒๔๑๕ รวมอายุได้ ๘๕ ปี ๖๕ พรรษา


ยินดีรับคำแนะนำจากทุกท่าน
ชมรม ภาคีสัมพันธ์พัฒนาพระนคร
ที่อยู่ 3 ม.6 ถ.แจ้งวัฒนะ แขวงอนุสาวรีย์
เขตบางบอน กรุงเทพฯ 10220
webmaster kap.arma@gmail.com